10 อาหาร "โพรไบโอติกส์" ช่วยปรับลำไส้-ระบบขับถ่าย

 10 อาหาร "โพรไบโอติกส์" ช่วยปรับลำไส้-ระบบขับถ่าย

แอปหวยออนไลน์ มั่นคง จ่ายจริง จ่ายชัวร์ ต้อง DINGDONG หวยออนไลน์ สามารถดาวน์โหลดได้แล้ววันนี้ผ่าน Google Play Store

อาหาร “โพรไบโอติกส์” คืออะไร ดีต่อร่างกายอย่างไร ทำไมเราจึงควรกินอาหารที่มีโพรไบโอติกส์ และมีอยู่ในอาหารชนิดใดบ้าง

โพรไบโอติกส์ คืออะไร?

รองศาสตราจารย์ วิมล ศรีศุข ภาควิชาอาหารเคมี คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ระบุว่า โพรไบโอติกส์ คือ เชื้อจุลินทรีย์ที่มีชีวิต เป็นสายพันธุ์ที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย เมื่อรับประทานเข้าไปในร่างกายแล้วจะไปตั้งรกรากอาศัยอยู่ในลำไส้ใหญ่  ช่วยปรับสมดุลของจุลินทรีย์ที่อาศัยอยู่แต่เดิมในลำไส้ ทำให้แบคทีเรียที่ดีมีจำนวนมากขึ้น และแบคทีเรียที่ไม่ดีจำนวนลดลง (คือพวกที่ทำให้ท้องอืด ท้องเสีย สร้างสารก่อมะเร็ง สารที่มีกลิ่นเหม็น ฯลฯ) ทำให้สุขภาพของลำไส้ดีขึ้น นอกจากนี้ยังให้ประโยชน์อื่นๆ เช่น เพิ่มภูมิคุ้มกัน เป็นต้น ขึ้นอยู่กับสายพันธุ์นั้นๆ

ดังนั้น การบริโภคอาหารที่มีโพรไบโอติกส์ จึงทำให้สุขภาพร่างกายดีขึ้นได้นั่นเอง

10 อาหาร "โพรไบโอติกส์ที่ควรรับประทาน

    1. คอทเทจชีส

       คอชีสต้องรักสิ่งนี้! เพราะคอมเมทชีสนอกจากจะมีเชื้อจุลินทรีย์ที่มีประโยชน์ต่อร่างกายแล้ว (พลิกดูที่ฉลากข้างบรรจุภัณฑ์เพื่อดูว่ามีจุลินทรีย์ชนิดใดบ้าง) แต่ยังมีสารอาหารที่ดีต่อร่างกายอย่าง แคลเซียม ในปริมาณสูงอีกด้วย ซึ่งช่วยบำรุงกระดูกให้แข็งแรงนั่นเอง

    2. กิมจิ

      คอเกาหลีต้องเลิฟ! เพราะนอกจากจะมีโพรไบโอติกส์ดีๆ ต่อร่างกาย และมีรสชาติเปรี้ยวๆ จะช่วยเพิ่มรสชาติให้อาหารเข้มข้นขึ้น อร่อยขึ้นแล้ว กิมจิยังขึ้นชื่อในเรื่องของการช่วยลดความเสี่ยงในการเป็นมะเร็งได้อีกด้วย
    3. ซาวร์เคราต์

      ซาวร์เคราต์ (Sauerkraut) กะหล่ำปลีเปรี้ยวของเยอรมัน ใช้รับประทานเป็นเครื่องเคียงร่วมกับอาหารประเภทเนื้อสัตว์ ไส้กรอก แฮม หรือนำไปอบร่วมกับเนื้อสัตว์ นอกจากจะช่วยลดความเลี่ยนในการรับประทานเนื้อสัตว์ในมื้ออาหารแล้ว ยังช่วยประบสมดุลในการทำงานของระบบย่อยอาหาร และยังมีกากใยอาหารที่ช่วยเสริมสร้างการทำงานของระบบภูมิคุ้มกันอีกด้วย
    4. โยเกิร์ต

      กระบวนการในการทำโยเกิร์ตมาจากการหมักเป็นหลัก ดังนั้นเชื้อจุลินทรีย์ที่อยู่ในโยเกิร์ตจึงเป็นจุลินทรีย์ที่เกิดขึ้นโดยธรรมชาติ และมีอยู่ในปริมาณค่อนข้างสูง ซึ่งช่วยให้ระบบย่อยอาหารของเราทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น นอกจากนี้ในกรีกโยเกิร์ตที่จะมีจุลินทรีย์ Lactobacillus acidophilus และ Lactobacillus casei ที่ช่วยเพิ่มเชื้อแบคทีเรียที่ดีต่อร่างกายในท้องของเราด้วย
    5. มิโสะ

      แม้ว่ามิโสะจะมีรสเค็ม ที่แปลว่ามีปริมาณโซเดียมอยู่เยอะพอสมควร แต่มิโสะก็เป็นแหล่งอาหารชั้นดีที่เต็มไปด้วยโปรตีน แคลเซียม ธาตุเหล็ก และแมกนีเซียม ที่ช่วยเสริมสร้างภูมิต้านทานโรค เสริมสร้างการเจริญเติบโตของร่างกาย ช่วยในการเผาผลาญไขมันและเปลี่ยนเป็นพลังงาน และช่วยให้หลอดเลือดหัวใจแข็งแรง ลดความเสี่ยงของโรคหัวใจเฉียบพลันได้
    6. พิคเกิ้ล (แตงกวาดอง)

      แตงกวาดองแบบฝรั่ง หรือที่เรียกว่า พิคเกิ้ล (Pickles) นอกจากจะเป็นอาหารหมักดองที่มีเชื้อจุลินทรีย์ที่มีประโยชน์ต่อร่างกายแล้ว ยังมีวิตามินดีๆ เช่น วิตามินเค วิตามินเอ ที่จำเป็นต่อการสร้างเลือดและเซลล์ต่างๆ ในร่างกาย และมีส่วนสำคัญในการบำรุงหัวใจให้แข็งแรง แต่ต้องจำเอาไว้ด้วยว่า แตงกวาดองมีโซเดียมสูง จึงควรจำกัดปริมาณในการกินในแต่ละครั้งให้ดี
    7. คอมบูชา

      คอมบูชา คือ ชาหมักที่จะมีก๊าซและแอลกอฮอล์เกิดขึ้นเล็กน้อยหลังจากการหมักด้วย ทำให้เกิดกระบวนการที่เรียกว่า “คาร์บอเนชั่น” (carbonation) หรือการที่มีก๊าซอยู่ในเครื่องดื่ม ซึ่งทำให้เกิดโพรไบโอติกส์ในปริมาณสูง รวมทั้งสารต้านอนุมูลอิสระที่ช่วนเสริมสร้างการทำงานของระบบภูมิต้านทานโรค นอกจากนี้ยังมีกรดแลคติก หรือแลคติก เอซิด (lactic acid) ที่ช่วยลดอาการท้องเสียได้อีกด้วย
    8. น้ำส้มสายชูหมักจากแอปเปิ้ล

      น้ำส้มสายชูหมักจากแอปเปิ้ล (Apple Cider Vinegar) ช่วยในเรื่องของการทำงานของระบบย่อยอาหารได้ดี นิยมนำมาผสมในน้ำสลัด เป็นอาหารที่เหมาะหับคนที่อยากควบคุมน้ำหนัก เพราะเพิ้มการทำงานของระบบเผาผลาญไขมัน และช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดได้ดี โดยผู้เชี่ยวชาญแนะนำให้รับประทานวันละ 4 ช้อนโต๊ะ
    9. เทมเป้

      เทมเป้เป็นโปรตีนที่ทำมาจากถั่วเหลือง หรือถั่วเมล็ดแห้ง ที่สามารถรับประทานเพื่อทดแทนโปรตีนจากเนื้อสัตว์ได้ ช่วยลดอาการอักเสบในร่างกาย ต่อต้านการเกิดของเนื้องอก และยังมีไขมันไม่อิ่มตัวเชิงเดี่ยว และไขมันไม่อิ่มตัวเชิงซ้อน ให้กับร่างกายได้อีกด้วย
    10. พาร์มีซานชีส

      ชีสโปรดของใครหลายๆ คน มีกรดแลคติกที่ช่วยสร้างแบคทีเรียที่ดีต่อร่างกายในท้องของเราได้ นอกจากนี้ยังมีสารอาหารสำคัญอย่างโปรตีน และแคลเซียมที่ช่วยเสริมสร้างกระดูกและกล้ามเนื้อด้วย

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

ปวดท้องข้างซ้าย เสี่ยงเป็นโรคอะไรได้บ้าง พร้อมวิธีดูแลเบื้องต้น

"ริดสีดวง" อาหารที่ควรกิน-ควรหลีกเลี่ยง มีอะไรบ้าง

เช็กสัญญาณอันตราย "ความเครียด" กำลังถามหา